New Titles

Recomended

Design Things

Promotions

Stories

  • เรือนแบบประเพณีนิยมล้านนาดั้งเดิม มีทั้งรูปแบบ “เฮือนไม้จิ๋ง” (เรือนไม้จริง) และ “เฮือนกาแล” (เรือนกาแล) เรือนไม้จริง รูปทรงเรือนคหบดีล้านนาโบราณที่อ้างอิงได้ ปรากฏในภาพลายเส้น เรือนของเจ้าราชสีห์ ผู้ปกครองเมืองเชียงราย ที่เขียนโดย คาร์ล บ็อค นักสำรวจชาวนอร์เวย์ ในปี พ.ศ. ๒๔๒๔ ส่วน เรือนกาแล หรือในอดีตเรียกว่า “เรือนเชียงแสน” มีองค์ประกอบพิเศษที่เด่นชัดแตกต่างจากเรือนไม้จริงโดยทั่วไป ตามความเชื่อที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวลัวะชนพื้นเมืองเดิมว่าเป็นเครื่องปกป้องสิ่งอัปมงคล คือ “กาแล” เป็นไม้แกะสลักไขว้ติดอยู่ที่ยอดปั้นลมหลังคาจั่ว และ “หัมยนต์” ซึ่งเป็นไม้แกะสลักติดที่เหนือช่องประตูทางเข้าห้องนอนเจ้าของบ้าน “เฮือนกาแล” มีแหล่งกำเนิดในชุมชนเมืองเชียงใหม่และกระจายไปสู่พื้นที่โดยรอบบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงตอนบน คือ จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ส่วนจังหวัดในที่ราบลุ่มแม่น้ำอื่นๆ มีเรือนกาแลเป็นส่วนน้อย เรือนทั้ง ๒ รูปแบบ ใช้วิธีก่อสร้างแบบเรือนเครื่องสับ ซึ่งใช้ไม้จริงเป็นวัสดุก่อสร้างหลัก จัดขนาดไม้โครงสร้างแต่ละส่วนเป็นระเบียบ ประกอบเข้าไม้แบบสลักเดือย ตกแต่งด้วยไม้แกะสลักต่างๆ โดยมีตำราการสร้างเป็นแบบแผนด้วยความประณีต โครงสร้างระบบเสา – คาน ใช้ไม้เนื้อแข็ง วางเสาเป็นระบบตาราง ระยะช่วงเสาในด้านยาวแคบกว่าช่วงเสาในด้านสกัดของแนวหลังคา และมีเทคนิคการลดจำนวนเสาเรือนให้ได้ช่วงเสากว้างขึ้นโดยใช้ “เสาป๊อก” (เสาสั้นรับกลางช่วงคาน) […]

    Sep 17, 2021

    เฮือนไม้จิ๋งและเฮือนกาแล

  • วิหาร อาคารสำหรับพระสงฆ์ประกอบพิธีทางศาสนาที่มีชาวบ้านเข้ามาร่วมด้วย การสร้างวิหารในล้านนามีสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยเริ่มรวบรวมดินแดนของพญามังราย เจตนารมณ์ในการสร้างวิหาร เช่น เพื่อให้เป็นที่ตั้งแห่งพระรัตนตรัยเพื่อสืบทอดพระศาสนา เพื่อปรารถนาพุทธภูมิหรือเพื่อเป็นหนทางแห่งการรอดพ้นจากอบายภูมิ รูปแบบวิหารแบ่งตามลักษณะฝาผนังโดยรอบ ๒ รูปแบบ คือ วิหารเปิด (วิหารโถง) และวิหารปิด และยังแบ่งตามลักษณะผังอาคารเป็น ๔ รูปแบบ คือ ทรงพื้นเมือง ทรงโรง ทรงปราสาทและทรงจัตุรมุข อุโบสถ หรือ โบสถ์ เป็นอาคารสำหรับพระภิกษุทำสังฆกรรม เช่น สวดปาฏิโมกข์ หรือการบรรพชา มีรูปแบบคล้ายกับวิหารแต่ขนาดเล็กกว่า ข้อแตกต่างจากวิหาร คือ อุโบสถต้องมีการกำหนดขอบเขตเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เช่น ใช้ “ใบเสมา” ทำด้วยแท่งหินปักที่พื้นรอบอุโบสถ โดยใช้ “กำแพงแก้ว” คือกำแพงเตี้ยล้อมรอบอุโบสถ หรือใช้ “อุทกสีมา” คือคูน้ำล้อมรอบหรือตั้งอุโบสถกลางสระน้ำ บางวัดไม่มีอุโบสถเนื่องจากในอดีตกลุ่มวัดในละแวกใกล้เคียงนิยมทำสังฆกรรมร่วมกันในอุโบสถของวัดใดวัดหนึ่ง เรียกว่า “หมวดอุโบสถ” การจัดพื้นที่ภายในวิหารและอุโบสถ วิหารและอุโบสถ มีแผนผังยาวตามแนวแกนทิศตะวันออก – ตะวันตก มีที่ประดิษฐานพระประธานบริเวณช่วงเสาท้ายสุดของอาคาร โดยหันพระพักตร์ไปทางด้านหน้าประตูทางเข้า ซึ่งเป็นทิศตะวันออก ผนังตรงกับหน้าบันด้านหลังอาคารก่อทึบเพื่อเป็นพื้นหลังพระพุทธรูป และมักตกแต่งด้วยลวดลาย เช่น […]

    Sep 17, 2021

    วิหารและอุโบสถล้านนา

  • ช่วงยุคทองของอาณาจักรล้านนา มีการสร้างวัดและพระธาตุเจดีย์เป็นจำนวนมาก รวมทั้งบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานที่สร้างในยุคก่อนหน้าหลายแห่ง ทั้งในเมืองเชียงราย ลำพูน และลำปาง รูปแบบเจดีย์ได้รับการพัฒนาปรับปรุงสัดส่วนองค์ประกอบต่างๆ ถึงขีดสุด จนเป็นแบบอย่างเจดีย์พื้นเมืองของล้านนาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นอย่างชัดเจน โดยมีทั้งเจดีย์ทรงปราสาทที่มีความเชื่อมโยงกับรูปแบบเจดีย์ทรงปราสาทของล้านนาตอนต้น และเจดีย์ทรงระฆัง อีก ๒ รูปแบบ คือ รูปแบบที่มีองค์ประกอบเชื่อมโยงกับเจดีย์ทรงระฆังแบบพุกามและเจดีย์ ทรงระฆังแบบสุโขทัย เมื่อขยายขอบเขตอาณาจักรกว้างขวางออกก็ได้แผ่อิทธิพลรูปแบบสถาปัตยกรรมไปยังเมืองต่างๆ ของล้านนา รวมถึงอาณาจักรล้านช้าง เจดีย์ทรงระฆังล้านนายุคทองแบบที่ ๑ มีลักษณะเชื่อมโยงกับเจดีย์ทรงระฆังแบบพุกาม (พุทธศตวรรษที่ ๑๖ – ๑๘) โดยผสมผสานทั้งแบบพม่าแท้และแบบที่ได้รับอิทธิพลจากลังกา ลักษณะสำคัญ คือ เจดีย์พุกามแบบพม่าแท้มีบัวซ้อนชั้นรับองค์ระฆังประดับลายกลีบบัว คั่นด้วยชั้นท้องไม้เจาะช่องสี่เหลี่ยม องค์ระฆังมี รัดอก และมีบัวปากระฆัง ส่วนฐาน ประทักษิณ ในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพิ่มมุม ซึ่งมีบันไดขึ้นไปยังซุ้มประตู และประดับเจดีย์ขนาดเล็กประจำมุม (สถูปิกะ) ส่วนเจดีย์ที่ได้รับอิทธิพลจากลังกา มีชุดบัวลูกแก้ว ๓ ชั้นในผังกลม รับองค์ระฆังที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีบัลลังก์สี่เหลี่ยมจัตุรัส เจดีย์ล้านนามีการผสมผสานองค์ประกอบการทำฐานบัวในฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพิ่มมุมและยืดทุกสัดส่วนให้สูงเพรียว เจดีย์ทรงระฆังล้านนาในยุคทองที่มีลักษณะเชื่อมโยงกับเจดีย์ทรงระฆังแบบสุโขทัย ที่ได้รับอิทธิพลจากเจดีย์ของลังกาและอินเดีย เน้นองค์ระฆังขนาดใหญ่ มีบัวปากระฆังและมาลัยเถาแบบบัวถลา ซ้อนหลายชั้นรับองค์ระฆัง และเจดีย์บางองค์มีฐาน “ช้างล้อม” […]

    Sep 13, 2021

    พุทธเจดีย์ในดินแดนล้านนา ตอน ๒ “เจดีย์ทรงระฆัง”

  • ในดินแดนล้านนาโบราณ มีการสร้างเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้ามาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโยนก – หิรัญนครเงินยาง มีการสร้างพระธาตุเจดีย์อยู่บนดอยที่อยู่นอกเมือง ตั้งแต่สมัยเมืองนาคพันธุ์สิงหนุวัติ (โยนกนคร) แต่ปัจจุบันเหลือองค์เจดีย์เดิมที่สร้างสมัยนั้นน้อยมาก เนื่องจากมีสภาพปรักหักพังไปตามกาลเวลากลายเป็นโบราณสถาน และบางแห่งถูกสร้างเจดีย์ใหม่ครอบทับ ส่วนพระธาตุเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยเวียงปรึกษาและเมืองหิรัญนครเงินยาง ยังเหลือเป็นโบราณสถานบางแห่งในจังหวัดเชียงราย และเจดีย์พระบรมธาตุดอยตุงที่พญามังรายสร้างไว้ ภายหลังได้ถูกสร้างองค์ใหม่ครอบทับไปแล้วเช่นเดียวกัน เจดีย์ที่สร้างในสมัยอาณาจักรหริภุญไชย เป็นรูปแบบเจดีย์ทรงปราสาท ที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบเจดีย์ในสมัยอาณาจักรล้านนาตอนต้น มีการสร้างพระธาตุเจดีย์อยู่ภายในเมือง และสร้างวัดขึ้นบริเวณที่มีพระธาตุเจดีย์ แต่พระธาตุเจดีย์ส่วนใหญ่ถูกสร้างองค์ใหม่ครอบทับในสมัยอาณาจักรล้านนาเป็นต้นมา มีเจดีย์สำคัญ ๓ รูปแบบ ในจังหวัดลำพูน ที่ยังคงรูปแบบเดิมโดยไม่ถูกสร้างครอบทับใหม่ที่สร้างในช่วงที่อาณาจักรหริภุญไชยเจริญรุ่งเรืองสูงสุด (พุทธศตวรรษที่ ๑๖ – ๑๘) และเป็นต้นแบบสำคัญให้แก่การสร้างเจดีย์ในสมัยล้านนาตอนต้น รูปแบบเจดีย์ในสมัยอาณาจักรล้านนาตอนต้น ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากต้นแบบหลัก คือ รูปแบบเจดีย์ทรงปราสาทในสมัยอาณาจักรหริภุญไชย ผสมผสานกับอิทธิพลทางศิลปะจากภูมิภาคใกล้เคียง เช่น พุกามและสุโขทัย เจดีย์สมัยอาณาจักรหริภุญไชยในยุคที่เจริญสูงสุด (พุทธศตวรรษที่ ๑๖ – ๑๘) เป็นแบบอย่างให้กับเจดีย์ล้านนาตอนต้น ลักษณะเจดีย์ทรงปราสาท ผังของส่วนฐานและเรือนธาตุมีทั้งแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสและแปดเหลี่ยม เน้นจุดเด่นที่ส่วนเรือนธาตุซ้อนชั้นที่แต่ละด้านมี “ซุ้มจระนำ” ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น ในสมัยล้านนาตอนต้น มีการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับพุทธศาสนา มีรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลจากอาณาจักรหริภุญไชยเป็นหลัก และยังปรากฏอิทธิพลศิลปะพุกามและสุโขทัยในบางส่วน เจดีย์ทรงปราสาทในยุคทองของอาณาจักรล้านนา มีความแตกต่างจากยุคล้านนาตอนต้น คือส่วนเรือนธาตุในผังสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพิ่มมุม […]

    Sep 13, 2021

    พุทธเจดีย์ในดินแดนล้านนา ตอน ๑ “เจดีย์ทรงปราสาท”