Posted on

H-OBSERVATION: สุขภัณฑ์

“รูปทรงของอ่างถูกตีความเป็นเสมือนงานประติมากรรมชิ้นหนึ่งของพื้นที่ห้องน้ำ”  การเชื่อมต่อมุมมองทางสายตาของพื้นที่ภายในห้องน้ำกับทิวทัศน์ภายนอกเป็นสิ่งจำเป็น หากพื้นที่ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ผืนผนังกระจกขนาดใหญ่ที่สูงจากพื้นจรดเพดาน เชื่อมภายนอกภายในเข้าด้วยกันเป็นพระเอกของห้องที่ต้องรักษาไว้ และคงไว้ซึ่งมุมมองที่ดีจากทั้งภายในและเมื่อมองจากภายนอกเข้ามา ในกรณีนี้การใช้อ่างอาบน้ำแบบลอยตัว (free standing bathtub) เป็นทางเลือกหนึ่ง นอกเหนือจากการกดพื้นที่อ่างอาบน้ำลงไป (sunken bathtub) คุณสมบัติของอ่างอาบน้ำแบบลอยตัวที่สถาปนิกคำนึงถึงหลักๆ เป็นอันดับแรกๆ คือ รูปทรง สเกล สัดส่วน ผิวสัมผัส อ่างอาบน้ำรูปทรงทันสมัย เรียบหรู มีสีสันและผิวสัมผัสใกล้เคียงหินธรรมชาติ ช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายเป็นหนึ่งเดียวกับบรรยากาศของภูเขาและพื้นที่ป่าสีเขียว รองลงมาเป็นเรื่องการตอบโจทย์ด้านสรีระ อุปกรณ์ประกอบและเทคโนโลยีในการหมุนวนน้ำ รูปทรงอ่างอาบน้ำที่มีส่วนโค้งเว้าโค้งมน ทำให้ง่ายต่อการจัดวาง บิดทิศทางของอ่างให้สมดุลกับห้อง ได้รับวิวที่ดีที่สุด และควรออกแบบจัดวางระยะห่างจากผนังเพียงพอต่อการทำความสะอาดและดูแลรักษา 

Posted on

H-OBSERVATION: กรอบอะลูมิเนียม ประตู หน้าต่าง

การออกแบบช่องเปิดขนาดใหญ่พิเศษจำเป็นจะต้องใช้กรอบอะลูมิเนียมที่มีเนื้ออะลูมิเนียมหนาพิเศษที่ทำให้กระจกคงทน โดยมีขนาดภายนอกอยู่ที่ 5 ซม. ซึ่งทำให้ตัวกระจกมีความทนทานแข็งแรง บาง และไม่เทอะทะ สำหรับบานเลื่อนนั้นจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 5 เมตร เพื่อทำให้คนในบ้านสามารถรับทัศนียภาพที่สวยงามของสวนรอบตัวบ้าน โดยกระจกที่ใช้มีชื่อว่า Pano รุ่น Slim Square 50 มม.

Posted on

H-OBSERVATION: แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิต

การออกแบบเปลือกอาคารของอาคารรูปทรงอิสระและดูทันสมัยแห่งนี้สำเร็จลงอย่างราบรื่น ภายใต้ความร่วมมือ และความตั้งใจของผู้รับเหมากับสถาปนิกและผู้ผลิตที่เน้นหาวิธีการติดตั้งสำหรับโครงการที่มีการออกแบบที่ไม่ธรรมดาของผิวผนังอาคารรูปทรงแบบฟรีฟอร์มไหลลื่นหลายทิศทางนี้  วัสดุหลังคามีสองส่วน ส่วนทึบกรุแผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิต และส่วนโปร่งให้แสงเข้ากรุกระจกลามิเนตลายจุดเพื่อกันแสง สำหรับการติดตั้ง และการกันรั่วซึมใช้วัสดุปูรองใต้หลังคาเป็นแผ่นไม้อัดทนความชื้นสูง ประกบด้วยแผ่นรองใต้แผ่นอะลูมิเนียมคอมโพสิตอีกที ส่วนฉนวนกันความร้อนเป็นไมโครไฟเบอร์ติดตั้งใต้แผ่นไม้อัดอีกชั้นหนึ่ง

Posted on

ผ่าตัดค่าบริการวิชาชีพ : “การบริหารจัดการความเสี่ยง”

การบริหารจัดการความเสี่ยงมี 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1.การระบุความเสี่ยง (identifying) หากท่านข้ามถนนในกรุงเทพฯ มาตั้งแต่เด็ก ท่านจะรู้ว่าความ เสี่ยงมีอะไรบ้าง เช่น รถที่แล่นมาตามทางอาจชนท่าน อาจมี มอเตอร์ไซค์แล่นสวนทางถนนลื่นและน้ำเจิ่งนองอาจทำให้ หกล้มได้ หากถนนกว้างต้องแบ่งการข้ามเป็นช่วงหากมีรั้วกลางถนนก็ต้องปีนข้าม แต่ในกรณีของคนที่ไม่เคยข้ามถนน อาจทำตามในหนังสือที่เขียนไว้ว่าให้มองซ้ายมองขวาแล้วจึงข้ามถนนสองคนนี้ย่อมมีผลลัพธ์ของการข้ามถนนที่แตกต่างกัน การระบุความเสี่ยงที่แตกต่างกันนี้เกิดจากประสบการณ์ 2.การวัดค่าความเสี่ยง (assessing) เมื่อระบุรายการความเสี่ยงได้ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ท่านจะเริ่มเห็นแล้วว่ากว่าจะข้ามไปถึงฝั่งโน้นได้ ดูแล้วท่าจะยาก ดังนั้นไม่ข้ามถนนเลยอาจจะดีกว่า หรือ หากตัดสินใจว่าจะข้ามถนนอาจจะต้องมีรางวัลที่ทำให้ท่านอยากข้ามอย่างชัดเจน หรือท่านอาจจะยอมเดินไปไกลหน่อยไปหาสะพานลอยข้าม ข้ามถนนได้ช้าลง แต่ปลอดภัยแน่นอน 3.การทำแผนจัดการความเสี่ยง (responding) เมื่อตัดสินใจว่าจะข้ามถนนตรงนั้นและไม่ใช้สะพานลอย ท่านก็ต้องออกแบบขั้นตอนรอจังหวะรถว่าง แล้วมองทางซ้ายเผื่อมีรถมอเตอร์ไซค์วิ่งสวนมา แล้วข้ามไปอย่างระมัดระวังไม่ให้ล้ม จากนั้นต้องเตรียมปีนเกาะกลางถนน เมื่อปีนเสร็จก็รอรถว่างอีกครั้งพร้อมกับระวังมอเตอร์ไซค์ที่อาจวิ่งสวนมาทางฝั่งตรงข้าม และมองหาตำแหน่งว่างๆ บนทางเท้าที่จะเดินไปได้ โดยมีหลักการว่าท่านต้องสร้างภาพเคลื่อนไหวของการข้ามถนนเป็น ขั้นตอนที่สมบูรณ์ในหัวอย่างชัดเจนทุกขั้นตอน แล้วจึงจะเริ่มข้ามถนน 4.การควบคุมความเสี่ยง (controlling) เมื่อทำการข้ามถนนจริงๆ ก็ดำเนินการตามแผนทุกประการ และพร้อมรับสถานการณ์หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันโดย การปรับตัว เช่น ดูเหมือนรถว่าง แต่ทว่า มีรถสปอร์ตวิ่งมาด้วย ความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ต้องรอให้รถผ่านไปก่อน […]

Posted on

ผ่าตัดค่าบริการวิชาชีพ : “ประเด็นการเจรจาในเชิงเทคนิค”

ประเด็นการเจรจาในเชิงเทคนิค เนื้อหาดีๆเหล่านี้เราหยิบยกบางบทความมาจากหนังสือ ผ่าตัดค่าบริการวิชาชีพ ( ANATOMY OF FEE) ซึ่งเขียนจากประสบการณ์ในการทำงานของ ดร.พร วิรุฬห์รักษ์ @PonnVirunrak เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการทำธุรกิจให้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพ ประเด็นการเจรจาในเชิง technical แบ่งได้เป็น 2 อย่าง คือ 1) เงิน (money) 2) ขอบเขตงาน (scope) 1) ประเด็นเรื่องเงิน (money) -ราคา (price) เป็นสิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงเมื่อมีการเจรจาธุรกิจ ราคาเป็นประเด็นที่เกี่ยวโยงกับประเด็นอื่นๆ ทุกประเด็น การปรับเปลี่ยนดึงเส้นเชือกเข้าออกมักเป็นผลมาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจในราคาทั้งสิ้น – เวลา (time) การจ่ายเงินตามราคาที่ตกลงกันไว้ แม้จะจ่ายเป็นจำนวนเท่ากัน แต่หากจ่ายในเวลาที่แตกต่างกัน อาจเกิดความแตกต่างกันอย่างมากในการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายก่อน จ่ายหลังจ่ายระหว่างทำงาน เนื่องจากเรามีปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่เรียกว่า ‘ภาวะเงินเฟ้อ’ คือ มูลค่าของสิ่งที่เงินจะซื้อหาได้ที่ลดลงไปตามกาลเวลา เช่น เมื่อสิบปีที่แล้วเงินสี่สิบบาทซื้อข้าวแกงได้สองจาน แต่ปัจจุบันซื้อได้จานเดียว เป็นต้น ดังนั้น จำนวนเงินเท่ากันที่ได้ในวันนี้ กับเงินที่ได้ในปีหน้า ค่าเงินย่อม ไม่เท่ากัน […]

Posted on

ผ่าตัดค่าบริการวิชาชีพ : “เทคนิคการเจรจา”

       หากเนื้อหาในบทที่ผ่านมา คือ การติดอาวุธให้กับท่าน ในบทสุดท้ายนี้ จะขออนุญาตแนะนำกระบวนท่าต่างๆ ที่จำเป็นในการจะชนะศึก ซึ่งก็คือ เทคนิคในการเจรจา (negotiation) โดยเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ได้ในการทำธุรกิจใดๆ ในโลกของการเจรจาค่าบริการ        วิชาชีพ (fee) คำถามคือ ท่านไปพร้อมกับอาวุธหรือไปตัวเปล่า หากเป็นประเภทลูกค้าให้เท่าใดก็ได้ให้เท่าไรฉันก็เอา คือไม่มีbackup information ใดๆทั้งสิ้น ก็เท่ากับท่านไปสนามรบมือเปล่า ย่อมถูกคนอื่นๆ ที่อาวุธครบมือ ทำร้ายเอาได้ง่ายๆ        ทุกสิ่งที่พูดมามีสิ่งเดียวที่ผู้เขียนมีความมุ่งหวัง คือ อยากให้ท่านรู้ต้นทุนให้ได้ แต่ไม่มีใครห้ามท่านว่าต้องได้กำไรเท่าไร ไม่จำเป็นต้องเป็น 30% เสมอไป กำไรท่านอาจเป็น 100% ก็ได้หากท่านมีความสามารถ หรือ 300% ก็ได้ หากท่านมีวิธีการพูดให้ลูกค้ายอมรับ ไม่ใช่เรื่องที่ผิดที่จะคิดกำไรถึง 1000% หากลูกค้าพอใจที่จะจ่าย และเขาได้ประโยชน์คุ้มกับเงินนั้น สิ่งที่ทำให้ประโยชน์กับลูกค้ามากจนต้องยอมจ่าย ขึ้นอยู่กับตัวท่านทั้งสิ้น และขึ้นอยู่กับความพึงพอใจที่ลูกค้ายอมรับ การเจรจาต้องใช้กลยุทธ์หรือการวางแผน […]